Support
Funkud
ตรงข้ามศิริราช 02-4115060, ตรงข้ามพาต้า 02-4339933, ท่าพระ 02-8918922
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ

ฟอกสีฟัน

วันที่: 16-07-2014

 

เลือกสิ่งที่คุณอยากรู้ได้เลย

 

►ฟอกสีฟันคือ?

 

►ฟันเปลี่ยนสีได้อย่างไร

 

►ฟอกสีฟันมีกี่แบบ

 

►ปฎิบัติตัวอย่างไรหลังฟอกสีฟัน

 

 

 

 

 

 

 

 

ฟอกสีฟันคือ?

 

 

การฟอกสีฟัน คือการเปลี่ยนสีฟันที่เหลืองคล้ำให้ขาวขึ้น ซึ่งเป็นการใช้น้ำยาฟอกสีฟันที่มีส่วนผสมของสารต่างๆ เช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์(Hydrogen Peroxide)และคาโบวไมค์เปอร์ออกไซด์(Carbamide Peroxide) มาทำปฎิกิริยาทำให้เม็ดสีบนเนื้อฟันเกิดการแตกตัวปรับให้สีฟันดูขาวขึ้น

                      

 

 

 

 

สาเหตุที่ทำให้ฟันเปลี่ยนสี

 

 

ก่อนที่เราจะทำการฟอกสีฟัน เรามาทำความรู้จักถึงสาเหตุของสีฟันที่เปลี่ยนไปกันก่อนนะคะ ว่าเกิดจากสาเหตุใดบ้าง โดยทั่วไปสีฟันที่เปลี่ยนเกิดจาก 3 สาเหตุ คือ

1. การเปลี่ยนสีของฟันที่เกิดขึ้นภายในตัวฟัน เกิดจากการดื่มน้ำหรือรับประทานสารที่มีฟลูออไรด์มากเกินไป ทำให้เกิดเป็นลักษณะฟันตกกระ (Fluorosis) หรือการรับประทานยาปฏิชีวนะพวกเตตร้าไซคลิน  ที่ได้รับมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา รวมทั้งเกิดจากฟันที่ตายเนื่องจากถูกกระทบกระแทก ฟันตายหมายถึงฟันที่ไม่มีเส้นเลือดเส้นประสาทมาหล่อเลี้ยงทำให้สีฟันไม่ขาวใสเหมือนฟันธรรมชาติ  หรือฟันที่เคยรักษาคลองรากฟันมาแล้ว สาเหตุดังกล่าวอาจทำให้ฟันเป็นสีเทาดำหรือน้ำตาลเข้มมากๆ สาเหตุเหล่านี้การฟอกสีฟันโดยทั่วไปจะไม่ค่อยได้ผล แต่ถ้าเกิดจากสาเหตุฟันตายหรือผ่านการรักษาคลองรากมาแล้วนั้นอาจทำได้โดยการฟอกสีฟันเฉพาะซี่ภายในตัวฟันหรือโดยการทำ Veneer หรือ Facing ได้คะ

2. การเปลี่ยนสีของฟันที่เกิดขึ้นภายนอกตัวฟัน ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่มที่เราทานเข้าไป เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม ไวน์แดง หรือแกงจำพวกต่างๆ ที่มีสีเข้ม, การสูบบุหรี่ รวมไปถึงการแปรงฟันที่ผิดวิธี ทำให้มีแผ่นคราบจุลินทรีย์และหินปูนไปเกาะที่ผิวนอกของตัวฟันทีละน้อยจนทำให้ฟันมีสีเหลืองเข้มขึ้น สาเหตุจำพวกนี้แก้ไขได้ไม่ยาก แค่มาขัดฟัน ขูดหินปูน หรือการใช้ Air Flow ภายหลังการรักษาไปแล้วควรหลีกเลี่ยงการทาน ชา กาแฟ, การสูบบุหรี่ และปรับเปลี่ยนวิธีการแปรงฟันให้ถูกวิธี แค่นี้ก็สามารถช่วยได้แล้วคะ

3. การเปลี่ยนสีของฟันที่เกี่ยวข้องกับอายุ ส่วนของเคลือบฟันจะบางลงเมื่อคนเรามีอายุมากขึ้นทำให้เห็นเนื้อฟันซึ่งอยู่ชั้นในและมีสีค่อนข้างเหลืองชัดเจนขึ้น เป็นกรณีที่ฟันเหลืองตามธรรมชาติแต่เข้มมากกว่าปกติ จะทำการฟอกสีฟันได้ด้วยวิธีฟอกสีฟันโดยทั่วไป ลำดับแรกทันตแพทย์จะต้องตรวจดูสภาพของเหงือกและฟัน รอยร้าวต่างๆบนตัวฟันและสภาพการรั่วของวัสดุอุดฟัน รวมทั้งจะต้องขูดหินปูนเพื่อทำความสะอาดฟันและลดการอักเสบของเหงือกก่อนทำการฟอกสีฟันด้วยนะคะ

 

ฟอกสีฟันมีกี่แบบ

การฟอกสีฟันมี 2 แบบด้วยกัน คือ

• การฟอกสีฟันที่คลินิก

• การฟอกสีฟันที่บ้าน

 

การฟอกสีฟันที่คลินิก

การฟอกสีฟันที่คลิกนิกเป็นการฟอกสีฟันที่ใช้น้ำยาฟอกสีฟันที่มีความเข้มข้นค่อนข้างสูง จึงทำให้สีฟันขาวขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกซึ่งการฟอกสีฟันที่คลินิกมักใช้ร่วมกับเทคโนโลยีต่างๆ ควบคู่เพื่อให้น้ำยาฟอกสีฟันมีประสิทธิภาพดีขึ้น 

♦การฟอกสีฟันแบบ Cool Light

เป็นการใช้แสงเย็น ซึ่งเป็นแสง LED มากระตุ้นปฎิกิริยาน้ำยาฟอกสีฟันและเม็ดสีในเนื้อฟันทำให้น้ำยาฟอกสีฟันแทรกซึมเข้าที่ผิวฟันได้ดียิ่งขึ้น

♦การฟอกสีฟันแบบเลเซอร์

เป็นการใช้แสงเลเซอร์ซึ่งมีความร้อนต่ำมากระตุ้นปฏิกิริยาน้ำยาฟอกสีฟันให้มีประสทธิภาพยิ่งขึ้น การใช้แสงเลเซอร์จะให้ผลลัพธ์คล้ายกับการใช้แสงเย็น

♦การฟอกสีฟันแบบ Zoom

มีทั้งการใช้แสงสีฟ้าคล้ายกับการฟอกสีฟันแบบ Cool Light และการใช้แสงความร้อนต่ำแบบเลเซอร์ แต่น้ำยาฟอกสีฟันที่ใช่จะมีความเข้มข้นมากว่าการฟอกสีฟันแบบทั่วไป

 

การฟอกสีฟันแบบที่บ้าน

การฟอกสีฟันที่บ้านเป็นการฟอกสีฟันด้วยตัวเอง ซึ่งน้ำยาฟอกสีฟันที่ใช้ในการฟอกสีฟันจะมีความเข้มข้นน้อยกว่าแบบที่ฟอกสีฟันที่คลินิก

ขั้นตอนในการฟอกสีฟันที่บ้านด้วยตัวเอง

-ลำดับแรกแพทย์จะพิมพ์ปากเพื่อนำแบบจำลองฟันนี้ไปทำถาดสำหรับการฟอกสีฟันเฉพาะของแต่บุคคล(ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้) 

-เมื่อได้ถาดสำหรับการฟอกสีฟันมาแล้วแพทย์จะจ่ายน้ำยาฟอกสีฟันสำหรับการฟอกสีฟันด้วยตัวเองที่บ้านให้นำไปฟอกต่อเนื่องเป็นระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์

-น้ำยาฟอกสีฟันหยุดลงในถาดฟอกสีฟันที่เป็นส่วนด้านหน้าข้างฟันเฉพาะฟันตำแหน่งฟันซี่ที่ยิ้มแล้วมองเห็นแล้วใส่เข้าไปให้ตรงตำแหน่งฟันแต่ละซี่ ซึ่งใส่ไว้เป็นเวลาประมาณ 8-10 ชั่วโมง หรือใส่นอนไปได้เลย ตอนเช้าถอดออกมาแล้วล้างทำความสะอาดเก็บไว้ ทำเช่นนี้ทุกวันในช่วงเวลาที่ทำการฟอกสีฟันด้วยตัวเองที่บ้าน

 

การปฎิบัติตัวภายหลังการฟอกสีฟัน

ข้อควรปฎิบัติภายหลังการฟอกสีฟันมีดังนี้

-หลีกเลี่ยงการทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีสีเข้มทุกชนิด เช่น ชา กาแฟ น้ำผลไม้ต่างๆ ประเภทแกงเหลือง แกงไตปลา แกงส้ม แกงอื่นๆ ที่มีสีเข้ม ซ๊อกโกแลต หมากฝรั่งที่มีสีสัน แครอท ฝักทอง บูลเบอร์รี่ เป็นต้น

-หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ประมาณ 1-2 สัปดาห์

-หลีกเลี่ยงการใช้ยาสีฟันที่มีสีๆ หากมีอาการเสียวฟันให้ใช้ยาสีฟันลดอาการเสียวฟันรวมด้วย

-ให้ทำความสะอาดช่องปากให้ดี ใช้ไหมขัดฟัน แปรงฟันให้สะอาด

Tel: ตรงข้ามศิริราช 02-4115060, ตรงข้ามพาต้า 02-4339933, ท่าพระ 02-8918922| Email: funkud.com@gmail.com